โคมไฟเสี่ยงทาย พิธีกรรมต่ออายุของขงเบ้ง

“โคมไฟเสี่ยงทายเป็นของไร้ประโยชน์”“โคมไฟเสี่ยงทาย” เป็นพิธีกรรมต่ออายุของขงเบ้ง ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งขงเบ้งนำกองทัพบุกวุยก๊กครั้งสุดท้าย ซึ่งในเวลานั้นขงเบ้งเริ่มล้มป่วยเจ็บกระออดกระแอด พอแหงนมองดาวบนฟ้า เห็นดาวประจำตัวริบหรี่ ก็รู้ว่าอายุขัยของตนจะหมดสิ้นแล้ว      ขงเบ้งจึงสั่งให้เกียงอุย ลูกศิษย์คนโปรดจัดทหารสี่สิบเก้าคน ให้ห่มเสื้อขาวใส่หมวกขาวถือธงขาวล้อมตัวไว้ แล้วนิ่งทำการอยู่ในม่าน เฉพาะแต่เวลากลางคืน ตั้งใจจะให้ครบเจ็ดวัน หากทำสำเร็จก็จะมีอายุสืบไปได้อีกสองปี แต่ถ้าเพลิงในโคมดับ ก็แสดงว่าจะถึงแก่ความตาย      ระหว่างทำพิธี ขงเบ้งร่ายมนต์คาถา อาราธนาเทวดาตั้งแต่ค่ำยันรุ่งว่า  “ตัวข้าพเจ้าชื่อจูกัดเหลียงคือขงเบ้ง เอากำเนิดมาในหว่างแผ่นดินจลาจล พระเจ้าเล่าปี่มีความอุตส่าห์ไปหาข้าพเจ้าถึงสามครั้งก็ได้มาช่วยทำการทำนุ บำรุงแผ่นดิน พระเจ้าเล่าปี่นั้นมีพระคุณชุบเลี้ยงข้าพเจ้าถึงขนาด เมื่อพระองค์จะสวรรคตก็ได้สั่งการทั้งปวงไว้แก่ข้าพเจ้า แลข้าพเจ้าก็ได้คิดอ่านทำการสงครามหวังจะกำจัดศัตรูแผ่นดิน แลการทั้งนี้ก็ไม่สำเร็จ บัดนี้เห็นดาวสำหรับตัวข้าพเจ้าเสร้าหมอง จะถึงกำหนดอายุอยู่แล้ว ตัวข้าพเจ้าตั้งใจทำการบำรุงพระมหากษัตริย์ก็ยังไม่สำเร็จ ขอเทพดาทั้งปวงจงให้กำลังแลชีวิตข้าพเจ้าไว้ก่อน จะได้ช่วยป้องกันดับร้อนอาณาประชาราษฎรสืบไป”      ขงเบ้งทำเช่นนี้ ซ้ำอยู่จนถึงคืนที่หก สุมาอี้ดูดาว เห็นดาวขงเบ้งใกล้เริ่มสิ้นแสง ก็รู้ว่าขงเบ้งกำลังจะตาย สุมาอี้จึงสั่งให้ทหารออกมาท้ารบ      อุยเอี๋ยนเห็นทหารข้าศึกร้องท้าทายอยู่หน้าค่าย ก็ทนไม่ได้ รีบวิ่งเข้าไปในกระโจม ทำให้สะดุดโคมใหญ่ล้มดับไป      ขงเบ้งเห็นเป็นเช่นนั้น ก็ได้แต่ร้องทอดถอนใจว่า “ความตายนี้เปนบุราณกรรม ถึงมาทว่าจะคิดอ่านแก้ไขประการใดก็ไม่พ้น […]

4 วิธีที่ขงเบ้งใช้ครองใจคน

“เคล็ดวิชาจากตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง ว่าด้วยการเป็นที่ยอมรับ โดยใช้หลักสี่ประการ””ตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง” บทที่ 24 ได้กล่าวถึงกลวิธีในการก้าวขึ้นสู่การเป็นยอดขุนพล ว่าการเป็นผู้นำที่ดีนั้น จำต้องกระทำตนให้เป็นที่ยอมรับของผู้ตาม ด้วยหลักสี่ประการ ซึ่งขงเบ้งได้ระบุให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ว่า      “ทหารในกองทัพนั้นจะเป็นทหารที่เข้มแข็งเกรียงไกร ยามออกรบก็จะมีชัย ยามรุกประจันก็หารู้พ่าย”      เคล็ดวิชาทั้ง 4 ประการนั้น มีดังนี้ 1. ยุทธวินัย      ถ้าหากเราได้ฝึกทหารให้รุกรบ และการถอยหลบหลีกตามกลยุทธ์ ทหารจะรู้ยุทธวินัย เชื่อฟังคำบัญชา  2. จริยธรรม      ถ้าหากเรากล่อมเกลาจิตใจทหารด้วยศีล คุณธรรม และความเมตตา ทหารจะมีจริยธรรมเป็นคุณสมบัติประจำตัว 3. วิจารณญาณ      ถ้าหากเราปลูกฝังวิจารณญาณแก่ทหาร ทั้งนี้พวกเขาจะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ยืนหยัดต่อสู้กับฝ่ายอธรรม และตักเตือนกันและกัน  4. สัจจะ     ถ้าหากเราสามารถรักษาความศักดิ์สิทธิ์แห่งการปูนบำเหน็จความดีความชอบ และการลงโทษตามกฎอัยการศึกอย่างเที่ยงธรรม ทหารทุกคนย่อมจะช่วยกันรักษาสัจจะ      แลนี่คือสี่หลักใหญ่แห่งการปกครองคน เมื่อหลักใหญ่ยึดมั่นแล้ว หลักย่อยย่อมปฏิบัติได้ง่าย ยามออกรบจึงจักได้ัยชนะ ยามบุกจึงบำราบข้าศึกลงได้      ในทางกลับกัน ผู้นำที่โง่เขลาก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ เวลาทหารถอยก็มิอาจทำให้หยุด […]

พ่อรวยสอนลูก ฉบับ โจโฉ

“พ่อรวยสอนเรื่องเงิน โจโฉสอนให้ลูกคิดแบบผู้นำ”     โจโฉ จอมคนแห่งยุคสามก๊ก ผู้ปกครองอาณาจักรวุย เป็นอัจฉริยบุคคล เชี่ยวชาญความรู้ทั้งบุ๋นและบู๊ ในวรรณกรรมสามก๊ก โจโฉถูกมองเป็นตัวร้าย ขุนนางเจ้าเล่ห์ ผู้แอบอ้างราชโองการ เป็นทรราชผู้อยู่เบื้องหลังราชบัลลังก์      ถึงแม้ว่าในวรรณกรรม จะเขียนให้โจโฉเป็นผู้ร้าย แต่ในแง่ของความเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร การเมือง การปกครอง ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า โจโฉคือสุดยอดผู้นำแห่งยุค      ในด้านครอบครัว โจโฉก็ทำได้ดีมาก เขามีวิธีการสอนลูก ๆ อย่าง โจผี โจเจียง โจสิด โจหิม ที่น่าสนใจ เป็นการส่งต่อความยิ่งใหญ่ จากรุ่นสู่รุ่น หากเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นแนวตำรา พ่อรวยสอนลูก ที่คนในวงการธุรกิจรู้จักกันดี      โจโฉ มีวิธีการอบรม สั่งสอน และทดสอบลูก ๆ ตามแนวทาง “พ่อรวยสอนลูก ฉบับ โจโฉ” ดังนี้ 1. แสดงออกอย่างเหมาะสม      โจโฉ […]